ถังดับเพลิงชนิดไหนเหมาะสำหรับ ติดตั้งบริเวณห้องคอมพิวเตอร์และ Server

คุณเคยลองจินตนาการดูไหมว่าหากคุณทำงานอยู่ในออฟฟิศสำนักงานและได้กลิ่นควัน กลิ่นเหมือนเครื่องใช้ไฟฟ้าบางอย่างกำลังไหม้ เมื่อคุณตรวจสอบแหล่งที่มาของกลิ่นนั้นปรากฏคุณพบว่าคอมพิวเตอร์ Server ที่สำนักงานของคุณนั้นกำลังลุกติดไฟขึ้นมา คุณจะทำอย่างไร

ในบางสถานการณ์ดังกล่าว ที่คุณอยู่ในที่เกิดเหตุ และเห็นต้นเหตุของเพลิง เห็นเชื้อเพลิงที่เพิ่งเกิดการลุกไหม้ บางคนอาจเลือกที่จะวิ่งหนีเพื่อรักษาตัวเอาชีวิตรอดออกจากที่เกิดเหตุทันที โดยไม่ลงมือทำการระงับเหตุเพลิงไหม้ในเบื้องต้นก่อน นั่นอาจก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมหาศาล ตามมาได้โดยไม่จำเป็น แต่ถ้าคุณมีสติที่ดีพอ คุณประเมินสถานการณ์แล้วว่าไฟขนาดนี้เป็น “ ไฟขั้นต้น ” ที่ยังไม่ลุกลามรุนแรง เราสามารถระงับเหตุได้ด้วยเครื่องดับเพลิงที่เหมาะสม

คำถามคือเราจะรู้ได้อย่างไรว่าถังดับเพลิงชนิดไหนเหมาะสมกับการใช้ดับไฟในห้อห้องคอมพิวเตอร์ หรือห้อง Server ซึ่งมีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีแผงวงจรที่ละเอียดอ่อน การใช้ถังดับเพลิงที่ไม่เหมาะสมอาจจะดับไฟได้แต่ก็อาจจะก่อให้เกิดความเสียหายในด้านทรัพย์สินอย่างมหาศาลตามมาได้เช่นกัน

ยกตัวอย่างเหตุการณ์ในอดีต ซึ่งมี เจ้าหน้าที่รปภ. ของธนาคารแห่งหนึ่งเห็นกลุ่มควันลอยออกมาจากห้อง Server จึงได้หยิบถังดับเพลิงชนิดผงเคมีแห้งไปฉีด ระงับเพลิงไหม้เบื้องต้น แต่ผลของการกระทำในครั้งนั้นก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมหาศาลต่อธนาคารแห่งนั้นอยู่ดี เนื่องจากสารเคมีของเครื่องดับเพลิงชนิดผงเคมีแห้ง มีคุณสมบัติลักษณะคือเป็นฝุ่นเล็กๆฟุ้งกระจายไปในอากาศไม่สามารถควบคุมทิศทางของการกระจายของฝุ่นเคมีตัวนี้ได้ ผลลัพธ์คือผงละอองเล็กๆเหล่านี้ได้ปลิวเข้าไปเกาะตามแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่อยู่ภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ Serverตัวอื่น ที่อยู่ภายในห้องเดียวกันด้วย และด้วยถ้าสถานะค่าph ของผงเคมีแห้ง (โมโนแอมโมเนียมฟอสเฟต)มีสถานะเป็นกรด เมื่อวันเวลาผ่านไปตัวผงเคมีเหล่านี้ทำปฏิกิริยากับความชื้นในอากาศเริ่มละลายเกาะเข้ากับแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์และกัดกร่อนแผงวงจรทำให้ Serverตัวอื่นที่ไม่ได้ถูกไฟไหม้ เสียหายตามไปด้วย และธนาคารสูญเสียข้อมูลของลูกค้าซึ่งมีมูลค่ามหาศาลในที่สุด

ดังนั้น การเลือกชนิดของถังดับเพลิงให้เหมาะสมกับพื้นที่งาน จึงสำคัญที่สุด

หลายคนติดตั้งถังดับเพลิงเอาไว้ที่บ้านหรือที่พักอาศัยของตัวเอง เนื่องจากเห็นถึงประโยชน์ความสำคัญของการมีถังดับเพลิงเอาไว้ปกป้องชีวิตผู้คนและทรัพย์สินในที่พักอาศัย แต่มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ทราบถึง ชนิดของถังดับเพลิง ที่ถูกแบ่งตามความเหมาะสมในการใช้ให้ถูกต้องกับ ลักษณะของเชื้อเพลิง และ ชนิดของเพลิง

การที่เราเลือกถังดับเพลิงได้ถูกประเภทในการดับไฟนั้น จะช่วยให้เราสามารถดับไฟได้ดีและรวดเร็ว จำกัดเกิดความเสียหายจากเหตุการณ์เพลิงไหม้ให้น้อยที่สุด ในทางกลับกัน หากเราใช้ถังดับเพลิงที่ไม่เหมาะสมนั้น อาจจะก่อให้เกิดการดับไฟที่ไม่มีประสิทธิภาพ และอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินร่างกายและชีวิต อีกด้วย

โดยปกติ เราจะแบ่งประเภทของไฟตามเชื้อเพลิงที่เกิดการลุกไหม้ โดยในบทความนี้เราจะมุ่งประเด็นไปที่ เชื้อเพลิงที่เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เกิดการลุกไหม้ เราจะจัดจำพวกว่าเป็น ไฟประเภทC (หมายเหตุ ไฟประเภท A คือ เชื้อเพลิงที่เป็นของแข็งวัสดุทั่วไป เช่นเศษผ้าหญ้าฟางยางรถยนต์ ไม้ / ไฟประเภท B คือ เชื้อเพลิงที่เป็นของเหลวไวไฟ หรือ ก๊าซไวไฟ / ไฟประเภท C คือ เชื้อเพลิงที่เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีกระแสไฟฟ้าไหลเวียนอยู่ / ไฟ ประเภท D คือ เชื้อเพลิงที่เป็นโลหะติดไฟ / ไฟ ประเภท K คือ น้ำมันปรุงอาหารติดไฟ)

อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีกระแสไฟฟ้า หากเกิดลุกติดไฟขึ้นมา การที่เราจะเอาน้ำไปสาดดับไฟ หรือเอาเครื่องดับเพลิงชนิดน้ำอัดแรงดันฉีดเข้าไปโดยตรง อาจจะก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้ได้ การดับไฟก็ถือว่าไม่มีประสิทธิภาพอีกด้วย

ถังดับเพลิงชนิดไหนเหมาะสำหรับไฟประเภท C

ถังดับเพลิงบางประเภทเหมาะสำหรับการใช้ดับไฟประเภท C ซึ่งเหมาะสมในด้านประสิทธิภาพในการดับไฟ และ ในเรื่องของความปลอดภัยของผู้ใช้และความปลอดภัยต่ออุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ละเอียดอ่อน อีกด้วยถังดับเพลิงเหล่านี้สามารถแบ่งเป็น 2 ชนิดหลักๆได้แก่ ถังดับเพลิงประเภทก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์(Co2) และ ถังดับเพลิงชนิดน้ำยาเหลวระเหย( บางคนก็เรียกอีกชื่อว่า ถังดับเพลิงชนิดน้ำยาสารสะอาด (Clean Agent Fire Extinguisher))

เครื่องดับเพลิงชนิดน้ำยาเหลวระเหย (Clean Agent Fire Extinguisher)

http://www2.diw.go.th/Haz_o/hazard/lawsnew/66.pdf

เครื่องดับเพลิง ชนิดน้ำยาเหลวระเหย หรือ ชนิดสารสะอาดสามารถใช้กับไฟได้ค่อนข้างที่จะครอบคลุมไปเกือบทุกประเภท ได้ทั้งไฟประเภท B และประเภท C หรือแม้สามารถดับไฟประเภท A ได้ในระดับหนึ่งอีกด้วย สาเหตุที่ถังเพลิงชนิดนี้เหมาะสมสำหรับ การดับเพลิงในบริเวณที่มีอุปกรณ์ไฟฟ้าหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ละเอียดอ่อนคือสารเหล่านี้จะไม่ทิ้งสิ่งตกค้าง และไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ในปัจจุบันสารน้ำยาเหลวระเหยที่มีคุณภาพในการดับไฟในประเทศไทย 2ชนิด หลักๆ ได้แก่ 1.สาร HFC236-fa (ซึ่งบริษัทดูปองท์ได้จดเครื่องหมายการค้าของถังดับเพลิงชนิดนี้ว่า”FE36”) และ 2. สาร HCFC-123 (ซึ่งผู้นำเข้านำเข้าถังดับเพลิงสารชนิดนี้ภายใต้ เครื่องหมายการค้าว่า “Halotron I”)

HCFC-123 (หรือ Halotron I)

เป็นสาร ไฮโดรคลอโรฟลูออโรคาร์บอน (hydrochlorofluorocarbon) ซึ่งโดยปกติจะมีสถานะเป็นแก๊สที่ไม่เป็นสื่อนำไฟฟ้าและไม่ทิ้งสารตกค้าง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สารดับเพลิงชนิดนี้มีประสิทธิภาพความสามารถในการดับไฟได้ เนื่องจากเป็นสารเคมีที่ทำหน้าที่ตัดปฏิกิริยาลูกโซ่ทางเคมีในการเผาไหม้ ระหว่างเชื้อเพลิงและออกซิเจน ทำให้ไฟดับลง

HFC236-fa (หรือ FE-36 )

เป็นสารไฮโดรฟลูออโรคาร์บอน hydrofluorocarbon ซึ่งเป็นสารดับเพลิงที่มีคุณสมบัติในการดับไฟ เหมือนกับ สาร HCFC-123 ทุกประการ แต่จะแตกต่างกันตรงที่ สาร HFC23-fa มีค่า ODP (ozone depletion potential) เป็น 0 ในขณะที่สาร HCFC-123 ยังมีค่า odp อยู่บ้าง หรือเราสามารถพูดได้ว่า สารHFC236-fa นี้ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อ หรือ ทำลายชั้นโอโซนซึ่งทำหน้าที่ปกป้อง กรองรังสี UV ให้กับโลก ซึ่งหากชั้นโอโซนนี้ถูกทำลายไปก็จะก่อให้เกิดปัญหาโลกร้อน(Global Warming)ที่ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น

สารดับเพลิงทั้งสองชนิดที่กล่าวมาในขั้นต้นก่อนหน้านี้ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดี ในการดับเพลิงที่อยู่ในห้อง Server หรือ ห้องอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เมื่อเทียบกับสาร Halon 1211

ถังดับเพลิงชนิดสารฮาลอน 1211

ในช่วงระยะเวลาก่อนปี 2547 ประเทศไทยมีถังดับเพลิงชนิดน้ำยาเหลวระเหยอีก 1 ประเภท นั่นคือ ถังดับเพลิงชนิดสารฮาลอน 1211 ซึ่งจะถูกบรรจุอยู่ในถังดับเพลิงสีเหลือง แต่ภายหลังต่อมาได้มีคำสั่งยกเลิกจาก “ประกาศกรมโรงงานอุตสาหกรรม เรื่อง รายชื่อวัตถุอันตรายที่ไม่อนุญาตให้แจ้งข้อเท็จจริงของผู้นำเข้า หรือ ผู้ส่งออก ซึ่งวัตถุอันตรายที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมมีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบผ่านระบบสัญญาณคอมพิวเตอร์เข้ากับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของกรมโรงงานอุตสาหกรรมพ.ศ 2548 “ เนื่องจากมีสาร CFC ในปริมาณที่สูง เพิ่งมีให้เกิดผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมและก่อให้เกิดสภาวะโลกร้อน
ตั้งแต่นั้นมา สาร HCFC123 และสาร HFC236-fa จึงถูกนำมาใช้ทดแทนสารทะเลาะ 1211 ที่ยกเลิกไป

เครื่องดับเพลิงชนิดCo2

ถึงแม้ว่าจะสามารถใช้ดับไฟประเภทC ได้ โดยไม่ทิ้งสารตกค้าง และไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้ แต่ความสามารถในการดับไฟก็ยังถือว่าเป็นรอง ถังดับเพลิงชนิดน้ำยาเหลวระเหย อยู่ดี ถ้าหากไฟที่เกิดขึ้น เกิดลุกลามไหม้เชื้อเพลิงอื่นๆที่อยู่ข้างเคียงไปด้วย( ไฟ ประเภท A ) เครื่องดับเพลิงประเภทคาร์บอนไดออกไซด์เพียงอย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอ

สรุป

ถ้าหากในสถานที่ของคุณมีอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีมูลค่าค่อนข้างสูง เช่นห้อง Server หรือห้องที่ควบคุมระบบไฟฟ้าที่ละเอียดอ่อน คุณควรที่จะเลือกใช้เครื่องดับเพลิงชนิดน้ำยาเหลวระเหย แทนที่การใช้เครื่องดับเพลิงชนิดผงเคมีแห้ง

ในการติดตั้งถังดับเพลิงที่ถูกต้องเหมาะสมให้กับห้องอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จะช่วยให้สามารถดับไฟได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้วแต่ยังช่วยปกป้องทรัพย์สินไม่ให้ได้รับความเสียหายจากกระบวนการดับไฟอีกด้วย

ข้อสังเกตอย่างหนึ่ง ของสารดับเพลิงที่ใช้ใน เครื่องดับเพลิงชนิดน้ำยาเหลวระเหยนี้ ก็คือราคาของสารดับเพลิงชนิดนี้ราคาค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับสารดับเพลิงชนิดอื่นๆ
ถึงอย่างไรก็ตาม เครื่องดับเพลิงชนิดนี้ มิได้มีจุดประสงค์ที่จะเอาไว้ติดตั้งในสถานที่ทั่วๆไปในบริเวณกว้างอยู่แล้วอย่างเช้นในบ้านคน ที่พักอาศัย หรือ บริเวณที่โล่งแจ้งอยู่แล้ว แต่มันเป็นเครื่องดับเพลิงที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในเฉพาะหน้างานห้องServer ห้องที่ต้องการรักษาความสะอาด และ รักษาอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า ที่อยู่ภายใน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *